วันจันทร์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2557

เกือบตกเครื่อง วิ่งซิครับ โดย ครูปรีดา

บันทึกการเดินทาง : ตอน วิ่ง 1,000 เมตร ณ สุวรรณภูมิ

         ประสบการณ์ อีกหนึ่งเดียว ที่ผมจะลืมไม่ได้ซะแล้ว นั่นคือ เกือบพลาดเที่ยวบินกลับบ้าน (อุดรธานี) เมื่อวันที่  6  กันยายน  2557
                                ระเบียงห้องชั้น 7 โรงแรมเวลคัม จอมเทียน บีช พัทยา 05/09/57

          หลังจากทีมศึกษานิเทศก์ ที่มาสัมมนาวิชาการ 2557 ณ โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ ซิตี้ จอมเทียน เสร็จสิ้นภาระกิจ ก่อนที่คณะจะเดินทางกลับอุดรธานี ผมขอให้ คณะฯ มาส่งผมที่โรงแรม เวลคัมฯ ซึ่งอยู่ห่างจาก แอมบาสซาเดอร์ ประมาณ 7-8 กิโลเมตร เพื่อเข้าสัมมนาต่อ เรื่อง Inspiring Science 2014 ซึ่งทางโครงการฯ เชิญ ศึกษานิเทศก์ทั่วประเทศ เข้ารับการสัมมนา และครูวิทยาศาสตร์ ม.ต้น นำเสนอผลงาน Inspiring Science
          โรงแรมเวลคัมฯ เป็นโรงแรมที่อยู่ห่างจากชายหาด(ทิศตะวันตก)ประมาณ 500 เมตร ถนนริมทะเลมีรถโดยสาร(สองแถว)วิ่งตลอด มี มอเตอร์ไซด์รับจ้างและแท็กซี่ และอีกด้านติดถนนใหญ่ 8 เลน (ทิศตะวันออก) ประมาณ 50 เมตร ไม่มีรถรับจ้างใดๆ....แปลกไหม ???
       

                                                                       ทิศตะวันตก


                                                              มองเห็นเกาะล้าน ระยะไกล
          หลังจาก ผ่านค่ำคืนวันที่ 5 กันยายน 2557 และแล้ว วันเปิดก็มาถึง 6 กันยายน  2557  บนชั้น 18 พิธีเปิดเป็นไปแบบเรียบง่ายตามสไตล์ฝรั่ง


          ในช่วงพิธีเปิด มีบรรยายพิเศษเกี่ยวกับโครงการฯ ผู้ให้การสนับสนุนโครงการฯ ความเป็นมาของโครงการในอนาคต ที่เห็นในภาพคือ อาจารย์ มาร์ค จาก British Counsil ประเทศอังกฤษ  ในงานนี้ที่ชั้น 2 มีบูชนิทรรศการ ผลงานของคุณครูวิทยาศาสตร์จากทั่วประเทศจัดแสดงให้ผู้สนใจได้เดินชมงาน นอกจากนั้นก็มี ตัวแทนครูจากเขตพื้นที่ นำเสนอผลงานในรูปแบบโปสเตอร์ด้วย
          ช่วงบ่าย เป็นการนำเสนอผลงานปากเปล่า แบ่งเป็นหลายห้อง ผมสนใจไปดูการนำเสนอผลงานปากเปล่าที่ชั้น 18 เพื่อเป็นกำลังใจให้กับ อาจารย์หน่อย (เพื่อน) ครูวราภรณ์  พิมรินทร์


          ถ่ายรูปกับ อาจารย์หน่อย วราภรณ์  พิมรินทร์ นำเสนอผลงานปากเปล่า ตัวแทนจาก สพป.อุดรธานี เขต 2 หนึ่งเดียวของจังหวัดอุดรธานี  อาจารย์หน่อย ได้ลำดับที่ 10 นำเสนอคนที่ 4 ของห้องนี้
          ผมคาดการณ์ว่า จะนั่งชมการนำเสนอของอาจารย์หน่อยก่อน คงไม่นาน ไม่น่าจะเกินบ่าย 2 จากนั้นผมก็จะเดินทางเข้าสนามบินสุวรรณภูมิ  แต่ที่ไหนได้ กว่าจะถึงคิวของ อาจารย์หน่อย ก็ปาเข้าไป บ่าย 2 โมง 40 นาทีแล้ว ผมเลยขอตัวกลับก่อน เลยไม่ได้ชมการนำเสนอของอาจารย์หน่อยเลย...
          ผมแบกกระเป๋าลงมาจากห้องชั้น 7 ลงมาถามพนักงานที่ล็อปบี้ ว่า "มีรถเข้ามาบริการรับผู้โดยสารที่หน้าโรงแรมไหม"

พนักงานบอกว่า "ไม่ค่ะ ต้องเดินไปหน้าปากซอย ขึ้นสองแถวค่ะ"  ........

          OMG......นึกในใจ  ผมจะไม่มาโรงแรมนี้อีก ใครสั่งมา ก็จะไม่มา  ผมต้องเดินตากแดดเวลาบ่าย 3 โมงตั้งครึ่งค่อนกิโลไปหน้าปากซอย  ร้อนแทบเกรียม ถึงหน้าปากซอย สองแถวก็ไม่เห็นวิ่งมาซักคัน ไม่ไกลกันนัก มีคิวมอไซค์รับจ้างจอดอยู่ เลยว่าจ้างมอไซด์แทน กระเป๋าก็หนัก ต้องเอามาตั้งหน้าขาแล้วอุ้มแทน เฮ้อออ...

          มอเตอร์ไซด์ มาส่งที่ท่ารถตู้ร่วม บ.ข.ส. ระยะทาง โห๋...ไกลมาก  ค่ามอไซด์ 100 บาท เต็มใจให้ครับ เพราะไกลจริงๆ ถ้ามันขอ 150 ก็จะให้ครับ ผมก็อุ้มกระเป๋าซะแขนชาเลยทีเดียว
       

ภายในรถตู้ร่วม บ.ข.ส.

          ถึงท่ารถตู้ร่วม บ.ข.ส.  ซื้อตั๋ว  บอกไปลงสนามบินสุวรรณภูมิ  คนขายบอก "ไม่ได้ไปส่งในสนามบินนะคะ" ผมก็ถามว่า "แล้วมีรถอะไรบ้างไปสนามบิน" คนขายตั๋วบอก "เดี๋ยวเค๊าบอก"........เค๊าไหนว๊าา
แปลก....มันจะบอกว่า ต่อรถเมล์ รถแท็กซี่ ก็ว่าไป ก็ไม่ใช่คนแถวนี้ นี่หว่าาา...
          มองดูนาฬิกา 15.30 น. เริ่มสงสัยตัวเองแล้วครับ ว่า ผิดพลาดเรื่องการคำนวณเวลาซะแล้ว  เพราะคิดว่าเป็น ชลบุรี - กรุงเทพฯ  เดินทางประมาณ ชั่วโมงนิดๆ  แต่ที่นั่งอยู่ขณะนี้ มันไม่ใช่ ชลบุรี !!!!!!
ที่นี่  พัทยา.... โอ้แม่เจ้า...
          รถตู้ ล้อหมุน เวลา 15.40 น. เวลานี้ พัทยา รถติดยังกะกรุงเทพฯ จนกระทั่ง 16.00 น. ก็ยังไม่หลุดจากพัทยาครับพี่น้อง

และนับตั้งแต่ บ่ายสี่โมงนี้ไป ผมบอกเลยครับ ว่า ผมเครียดมากๆ  ผมมีไฟท์ 18.55 น. บางกอกแอร์เวย์ ที่สุวรรณภูมิ  แล้วเจ้ารถตู้นี่ ก็จอดแช่ นานเป็นครึ่งชั่วโมง กว่าจะออกจากพัทยาได้ ที่นั่งที่บอกข้างรถ 13 - 14 ที่ ไม่ใช่แล้วครับ มันอัดคนขึ้นมาเป็น 20 คนได้ เบาะสามนั่งสี่ ยืนก็ต่างหาก เฮ้อ...
       

          จากพัทยา  เข้า ศรีราชา  จาก ศรีราชา เข้าชลบุรี  ต้องผ่านแยก ไฟสัญญาณ ต่างๆ นับไม่ถ้วน ติดแยกแต่ละที นานหลายนาทีครับ แต่ใจชื้นขึ้นมาหน่อย โชเฟอร์ ขับเร็วได้ใจ  แยกไฟแดงบางที่ก็ไม่จอดติด พี่แกก็เล่นเลี้ยวออกซ้าย แล้ววนมาเข้าเลนใหม่ เออ..ค่อยยังชั่ว  ถึงอำเภอเมืองชลบุรี  17.10 น.ครับ ตอนนี้ ผมเริ่มคำนวณระยะทางจากนี่ ถึง สุวรรณภูมิใหม่ มีความหวังเล็กๆ ว่า "น่าจะทันนะ"  หยิบสมาร์ทโฟนเสียบเพาเวอร์แบงค์ เปิด GPS และ Map Google ดู OK น่าจะทันได้แบบไหนก็ยังไม่รู้เลย เพราะยังไกลอยู่
          ยังไม่ทันจะออกจากชลบุรีได้เท่าไหร่ รถตู้ถึงทางยกระดับ บางนา - ชลบุรี  ฝนก็ตกอย่างหนัก ชนิดมองแทบไม่เห็นทาง โอ้ แม่เจ้า อีกแล้ว เครียดอีกแล้ววว....

          สภาพฝนตก บนทางยกระดับ ห้ามใช้ความเร็วเกิน 60 กิโลเมตร/ชั่วโมง  ทำงัยล่ะครับทีนี้ ผมก็เลย หายใจไม่ทั่วท้องแล้วครับ จะทำงัยดี  เริ่มหา แผน 2 ถ้าไม่ทันเครื่อง(ตกเครื่อง) ก็นั่งแท็กซี่ไป หมอชิต ซื้อตั๋ว ชาญทัวส์ กลับก็แล้วกัน  ค่าแท็กซี่่น่าจะ  450 บาท ค่ารถทัวส์ ก็ 550 เป็น พัน  แล้วก็จะโทรบอกทางบ้าน ไม่ต้องมารับแล้ว .......วินาทีนี้ กับภาพนอกหน้าต่างรถตู้ภาพนี้ บอกเลยครับว่า เครียดมาก

          17.55 น. รถมาจอดหน้า homepro ไหนก็ไม่รู้นะครับ รู้แต่มันอยู่ตรงข้ามกับถนนที่จะไปสนามบินสุวรรณภูมิ  ผมรีบขอทางมายกกระเป๋าหนักๆของผม พอลงจากรถตู้ได้ ผมวิ่งเลยครับ ไกลเท่าไหร่ไม่ทราบ มองไปข้างหน้า ผมเห็นคนเดินออกจากแท็กซี่คันนึงสดๆร้อนๆ  ผมก็รีบก่อนเลย ไม่สนว่าใครจะแย่งก่อน ฝนก็ยังตกๆ เปียกๆ อยู่ โชคดีที่ พี่แท็กซี่คนนี้ พอผมบอกไปสุวรรณภูมิ พี่แกก็พยักหน้าทันที ผมบอกว่า พี่ครับ รีบให้ผมหน่อย เครื่องออก 18.55 เหลือเวลาอีก 55 นาที  พี่แท็กซี่ก็ใจดีครับ เหยียบให้ซะน้ำสาดกระเด็น แซงซ้าย แซงขวาให้ ได้ใจจริงๆ แล้วพี่เค๊าก็ปลอบใจว่า ทันอยู่หรอกครับ ใจเย็นๆ แต่ผมก็ยังเย็นไม่ไหวครับ มันร้อนตั้งแต่ ศรีราชาแล้ว  แท็กซี่มาจอดหน้าชั้น 4 ชั้นเช็คอิน 18.12 น. ค่าแท็กซี่ 120 บาท หยิบกระเป๋าได้ ผมก็วิ่งเท่านั้นครับ เคาเตอร์ F อยู่ไม่ไกล
          หน้าเคาเตอร์ F มีผู้โดยสารเช็คอิน ยืนคิวอยู่ ด้วยความใจร้อน ผมเกือบลัดคิว สาวไต้หวัน สองคนที่ยืนรออยู่ข้างหน้าซะแล้ว เกือบไป (เกือบเสียชื่อประเทศไทย) พอดี มีเคาเตอร์ที่ว่างอยู่ถัดไป น้องพนักงานเช็คอินหน้าเคาเตอร์กวักมือเรียกผมเข้าเช็คอิน  พอยื่นบัตรให้

น้องๆพนักงาน คนที่ 1 ของบางกอกแอร์เวย์ถามผมว่า "ท่านผู้โดยสารจะเดินทางไปไหนค่ะ"
ผมบอก "อุดรธานี"  ทันทีที่บอกว่า"อุดรธานี"

น้องพนักงานคนที่่ 1 ก็ตอบกลับมาว่า เคาเตอร์ปิดแล้วนะคะ
ผม ".....อ้าววว....เอาแล้วไง...ว่าแล้ววว...."แต่ผมก็ไม่รู้นะ ว่า "เคาเตอร์ปิดแล้ว" มันคืออะไร ?

ผมกำลังจะถามน้องเค๊าว่า สรุป ผมตกเครื่องแล้วใช่ไหม ?.... แต่ยังไม่ทันเอ่ยปาก

น้องพนักงานคนที่ 1 คนนี้  ก็เรียกพนักงานอีกคนเป็นคนที่ 2 (ชุดยูนิฟอร์ม ถือ วิทยุสื่อสาร)ว่าจะทำอย่างไรดี

น้องพนักงานคนที่  2 นี้ ถามผมว่า "มีสัมมภาระไหมคะ"
ผมก็บอกว่า "มี หนักด้วย"

แล้วน้องพนักงานคนที่ 2 ก็สั่งให้เคาเตอร์ที่อยู่ถัดไปอีก(ข้างกัน) ทำการเช็คอินตั๋วให้
แล้วแจ้งว่า "ท่านผู้โดยสารต้องนำกระเป๋าขึ้นเครื่องนะคะ เพราะ โหลดใต้ท้องเครื่องปิดแล้ว ให้ท่านผู้โดยสารทำการ สแกนกระเป๋า ถ้ามีของเหลว ต้องทิ้งนะคะ"
จากนั้น

พนักงานหน้าเคาเตอร์ คนที่ 3 ก็ยื่นบัตรโดยสารให้ผม เท่านั้นหละครับ ผมใจชื้นขึ้นมาทันที .......

แต่ก่อนที่ผมจะรับตั๋วมา น้องพนักงานคนที่ 3 แนะนำ"ให้รีบอย่างที่สุด เพราะ Gate B5 คือ ....อยู่ท้ายสุดด้านตะวันออกของสุวรรณภูมิ ประมาณ 1,000 เมตร จากที่นี่ และ โอกาสต่อไป ขอความกรุณาเช็คอินก่อน 1 ชั่วโมงครึ่งนะคะ....."


          ต้องขอบคุณในคำชี้แนะ และพี่คงไม่แก้ตัวใดๆ ในใจของผมในตอนนี้ก็คือ  วิ่ง.........
ด่านแรก  สแกน กระเป๋า เนื่องจากไม่ได้โหลดใต้ท้องเครื่อง นอกนั้น ก็ สมาร์ทโฟน กระเป๋าสะพาย

จากนั้นก็วิ่งลงบันไดเลื่อน ลากกระเป๋าวิ่งบนทางเลื่อนไปจนสุดตัวอาคารของสุวรรณภูมิ เข้า Gate B5 เหนื่อยแทบขาดใจ.....

          ว่าแต่ ระหว่างทางที่วิ่งมา ทำไมไม่ค่อยมีคนเลย สุวรรณภูมิที่ผมเคยเห็น มันต้องคนเยอะแยะเต็มไปหมด ทั้งฝรั่งจีนไทย แต่..ไม่มีเลย เงียบมาก แสงสว่างก็ไม่ค่อยมี เป็น มืดๆ มีแต่แสงส่องป้ายเท่านั้นที่พอจะสว่างมองเห็นว่าเป็นห้องอะไร  โดยเฉพาะ ร้านค้าดิวตี้ฟรี King Power  ไม่มีคนพลุกพล่านเหมือนที่เคยเห็น ผิดปกติมากๆ

          และแล้ว ผมก็เข้ามาถึง Gate B5 ของ สายการบิน บางกอกแอร์เวย์ ผมก็ตกใจอีกครั้ง ว่า
ทำไม โหล๋งเหล๋ง ! หรือ ผู้โดยสารขึ้นเครื่องกันหมดแล้ว ประมาณโดยสายตา น่าจะไม่เกิน 20-25 คน สิ่งที่นึกคิดไว้ล่วงหน้า กลายเป็นกลับกัน
          ผมลากกระเป๋าเดินไปที่เคาเตอร์ทางออกขึ้นเครื่อง ยังไม่ทันนั่งพักเหนื่อย พนักงานประตูทางออกก็เรียกแถวขึ้นเครื่องทันที  แฮ่กๆ...(หึดขึ้นคอ)


ฝนตกไม่หยุด
          ได้ที่นั่ง  10F (ติดหน้าต่าง กาบขวา) ตอนแรกคิดว่า ถ้าที่เก็บกระเป๋าเหนือที่นั่ง ไม่สามารถรับกระเป๋าหนักผมได้ ก็จะวางข้างล่าง ข้างๆนี่แหละ แต่แล้วก็ เก็บได้ครับ ช่องสัมภาระใหญ่มาก เพราะเป็น แอร์บัส A320 

                                                               



                               เป็นไฟท์แรกที่ใช้บริการ บางกอกแอร์เวย์ครับ ก็เลยแปลกตาบ้าง



                                                                       ดูทรงผมซิครับ

          ความรู้สึกตอนนี้คือ หายเครียดเป็นปลิดทิ้งเลย ตั้งแต่ ศรีราชา ยอมรับว่าเป็นคน ใจร้อนครับ แต่ผ่านไปแล้วด้วยดี ถือเป็นโชคดีของผม


 
           ทั้งเหนื่อย ทั้งหิว ก็เลยจัดไปทุกอย่าง  ขนมปังไส้ฮอตดอก น้ำดื่ม น้ำส้ม และ ช็อคโกแลต ครับ



          และแล้วก็กลับถึงบ้านโดยสวัสดิภาพครับ ที่เห็นในภาพคือ เมืองอุดรธานี ก่อน 2 ทุ่มเล็กน้อยนั่นเอง  ประสบการณ์ในครั้งนี้ ต้องจำไว้เตือนตัวเองเวลาเดินทางครั้งต่อไป ถ้ามาแถวพัทยา แล้วจะมาต่อเครื่องกลับ ต้องเผื่อเวลาเยอะๆ  4 ชั่วโมงไม่พอครับ  อย่างเช่นครั้งนี้ ผมควรจะต้องออกเดินทางตั้งแต่บ่ายโมง ถึงจะพอดี อย่าลืมว่า เดี๋ยวนี้ รถเยอะ แยกเยอะ รถติด ยิ่งฝนตก ยิ่งติดหนัก กว่าจะผ่านแต่ละอำเภอ อีกอย่าง รถตู้โดยสาร เค๊าก็ทำมาหากิน  ถึงแม้จะผิดกฎหมายบ้าง ถูกบ้าง รับผู้โดยสารเกินกว่ากำหนดบ้าง  จ่ายค่ามาเฟียประจำท่ารถ รายทางทุกอำเภอบ้าง ก็ช้าอย่างที่กล่าวครับ

                                                                            สวัสดีครับ....
                                                                    ป.เกษม  พงษ์วุฒินันท์

ภาพทั้งหมดที่โพสต์ในบล็อกนี้ เป็นภาพจากเหตุการณ์จริง







วันศุกร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2557

ตะลุยเกาหลีหนาวสุดขั้วระทึกตรวจคนเข้าเมืองเข้มงวดที่สุดในโลก โดยครูปรีดา


          มีโอกาสได้ไปเที่ยว จีน และ เกาหลี กับคณะคุณครูโรงเรียนมัธยมฯ แห่งหนึ่งครับ ประมาณปี 2555 เก็บเอาเรื่องราวประสบการณ์ เดินทางมาฝากท่านผู้อ่านครับ สำหรับท่านที่จะเดินทางไปประเทศนี้ (เกาหลี)
          ก่อนเดินทางผมทราบว่า การเดินทางเข้าประเทศเกาหลีใต้ เป็นเรื่องยากมาก สำหรับคนไทย โดยเฉลี่ยแต่ละวันที่ ตม.เกาหลี ส่งกลับคนไทย วันละ 30-40 คน (อะไรจะปานนั้น)
          เนื่องจาก มีคนไทย เดินทางเข้าประเทศเกาหลีแล้วก็เข้าไปทำงานที่ประเทศนี้แบบผิดกฏหมายครับ (โรบินฮู๊ด) ไม่ว่าจะเป็นชายหญิง วัยรุ่นหรือผู้ใหญ่ มีหมด มีหลายท่านที่ได้รับประสบการณ์และผลกระทบจากกรณีนี้หลายท่าน ทั้งที่ไม่ได้มีเจตนาในการอย่างว่า คือจะไปเที่ยว แต่...ถูกส่งตัวกลับ บางรายไปแบบครอบครัว เช่น ไปกับแม่ ตัวเองถูกส่งตัวกลับ แต่แม่ผ่านเฉยเลยก็มี ก็เลยต้องปล่อยให้แม่เที่ยวกับกรุ๊ปทัวส์ไป คุณแม่ก็คงเที่ยวไม่สนุกล่ะครับ ใครจะอยากให้เป็นแบบนี้ ใครก็ช่วยไม่ได้ครับ แม้แต่ทัวส์ก็ช่วยไม่ได้ ตม.เกาหลี มีอำนาจในการจะให้ใครอยู่ใครไปก็ได้ ใครเจอแบบนี้ก็เซ็งเป็ดล่ะคร๊าบบ
          
                    

               และแล้วก็ถึงวันเดินทาง โดยสายการบิน Air China คนจีนเต็มลำ พูดเสียงดัง ชวงชางๆ ตามแบบฉบับของความเป็นตัวของตัวเอง เครื่องออก ตี2 ผมหลับตั้งแต่เครื่องยังไม่ออกด้วยซ้ำ  ผมหลับไป 4 ชั่วโมงบนเครื่อง ดูนาฬิกา 6 โมงเช้า(เวลาจากเมืองไทย) มองนอกหน้าต่าง(เผอิญได้ที่นั่งติดหน้าต่าง) โอ๊ะว้าว...แปลกตา



ทัวร์เราจะแวะเปลี่ยนเครื่องที่ปักกิ่ง และจะต้องผ่านกระบวนการขั้นตอนของการเข้าปักกิ่งครับ แต่ไม่น่าห่วงอะไร อยากเล่าให้ฟังครับ เจ้าหน้าที่ ตม.จีนที่สนามบินปักกิ่ง มีแต่ผู้หญิง หน้าตาดี สวย สดใจ ยิ้มแย้มแจ่มใส อายุน่าจะไม่เกิน 20 ปีประมาณนี้ สวมเครื่องแบบดูเข้มแข็ง ผมถึงคิวเข้าตรวจตามขั้นตอน อยากเล่าให้ฟังว่า เจ้าหน้าที่ ตม.ที่ว่า ใช้มือนิ่มๆ (ไม่ใส่ถุงมือ) ลูบตั้งแต่คอ ไหล่ แขน จับมือด้วย จากนั้นก็ลูบต่อ ตั้งแต่หน้าอก พุง เอว ก้น ต้นขา ลูบตั้งแต่ต้นขาลงไปถึงรองเท้า แล้ววนขึ้นมาใช้นิ้วคลำๆตรงกระเป๋ากางเกง คลำทุกกระเป๋าที่มีของกางเกงครับ พอน้องเค๊าสงสัย เค๊าก็ถามว่า "What is this?" ผมก็ตอบว่า  Fishermans friend น้องเค๊า งง ครับ ก็เลยล้วงให้เค๊าดู พอเค๊าเห็นก็ OK ยิ้มแฉ่ง ลูบไปอีก ก็ถามอีก ปรากฎว่าเป็นไม้จิ้มฟัน ติดมาจากร้านอาหารที่ สุวรรณภูมิ ผมไม่รู้ว่าศัพท์ ไม้จิ้มฟัน ว่าอะไร ก็เลยล้วงให้ดูอีก พอเค๊าเห็น หัวเราะร่าเลยครับ ผมว่านะ เค๊าต้องรู้ล่ะว่ามันเป็นอะไร แต่ประมาณว่าอยากเล่นมุขนี้ ผมก็เลยเข้าใจซะ
สนามบินปักกิ่ง
                    กว่าจะเปลี่ยนเครื่องมุ่งหน้า เกาหลีใต้ได้ ก็เกือบ 8 โมงเช้า หิวก็หิวพอดี จัดหนักบนเครื่องช่วง ปักกิ่ง -  อินชอน ซะเลย
ถึงเกาหลี
                    ใช้เวลาในการเดินทาง 2 ชั่วโมง (ปักกิ่ง - อินชอน)  
                    ต้องนั่งรถไฟใต้ดินไปโผล่ ตม.เกาหลี ครับ  พอถึงก็เดินขึ้นไปบนชั้นบน เป็นห้องกว้างมากๆ ประมาณจุคนได้เป็น พันๆ คน ไกด์ทัวร์เริ่มจัดระเบียบแถวลูกทัวร์ครับ แล้วก็แบ่งให้ไปอยู่แถวนั้นบ้างแถวนี้บ้าง ตามช่องต่างๆที่มีประมาณ 10 กว่าช่อง แจกเอกสารที่พัก เที่ยวบิน เพื่อใช้ในกรณี ตม.เกาหลี เรียกเข้าห้องเย็น เช้าวันนั้น นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้าเกาหลีเยอะมาก ไม่รู้ชาติไหนเป็นชาติใด ระหว่างที่รอคิว ตม. ผมสังเกตุว่า ถ้าเป็นพวกฝรั่ง(พวกที่ไม่ใช่เอเซีย) ไม่มีปัญหาเลยครับ ผมก็เลยคิดในใจว่า คอยดู มันจะเลือกปฏิบัติไหม พอถึงคิวคนไทย ใครในกรุ๊ปทัวร์เรา ใครจะโชค..... พอถึงคิวกรุ๊ปทัวร์เรา หลายคน ผ่านครับ ผ่านๆๆๆ และก็ ผ่าน ได้ ก็ไปยืนรอกันอีกด้าน ลุ้นว่าใครจะโดน ผมเริ่มมีอาการไม่ค่อยมั่นใจ   คงจะโดน และแล้ว ก็ไปยืนต่อหน้า ตม.เกาหลีสาว หน้าบึ้งตึง  ไม่พูดไม่ถาม ใช้วิธีชี้นิ้วให้เรา สแกนนิ้วมือ นิ้วนั้น นิ้วนี่ (สแกน 2 นิ้ว 2 ข้าง อะไรนักหนา) และ ถ่ายรูปเรา จากนั้น หล่อนก็ดูพาสปอตเรา เปิดหน้านั้น หน้านี้ แล้วก็มองหน้าเรา หล่อนหันหน้าไปหาใครที่ไหนไม่รู้ ผมก็เลย เอาล่ะเด้อบาดนิ  แต่สักพักหล่อนก็แต๊มผ่านแล้วยื่นให้ มองหน้าผมแบบเหยียดๆ ไม่พูดอะไรซักคำ  นางเอ๊ยยย....
ฉลุยครับ สำหรับด่าน ตม.เกาหลีใต้ 
เตรียมสัมผัสกับบรรยากาศ สุดขั้ว
                    กว่าจะเสร็จขั้นตอนของ ตรวจคนเข้าเมืองเกาหลี ก็ เที่ยง ตั้งแต่เมื่อไหร่มิทราบนะขอรับ หลังจากเข้าห้องน้ำ งัดเอาเสื้อกันหนาวออกมาเตรียมตะลุยเกาหลี และกำลังจะผ่านประตูของสนามบินอินชอน
                    นี่คือ ภาพแรกหลังจากที่เดินออกประตูสนามบินอินชอนพร้อมกับสัมผัสอุณหภูมิ 2 องศา ครับ
                    ในโพสต์นี้ ขอแชร์ในส่วนของอากาศที่นี่นะครับ โดยเฉพาะความหนาวเย็น ซึ่งบ้านเราคงไม่มีโอกาสจะหนาวได้ขนาดนี้     สิ่งที่เราจะเห็นสองข้างทางก็คือภาพแบบนี้ครับ

หน้าโรงแรมที่พัก
                    เรามาดูห้องพักในโรงแรมนี้กันครับ
                 
                    เป็นโรงแรมที่อยู่นอกเมืองมากๆ ชานกรุงโซล ไม่พลุกพล่านจอแจ


                   เป็นโรงแรมขนาดกลางๆ ถ้าเทียบกับของประเทศไทยเรา


                    ห้องที่ผมเข้าพัก เป็นเตียงคู่ ตกแต่งห้องด้วย วอลเปเปอร์และมีวัสดุซับเสียงด้วย


มีทีวี กาต้มน้ำร้อน มีกาแฟมีน้ำไว้ต้มกาแฟด้วย ต่างจากที่ มาเลเซีย ที่น้ำ ต้องซื้อ  และที่ต่าง
จากหลายๆโรงแรมที่เคยเห็น โรงแรมนี้ มี คอมพิวเตอร์ PC ให้ห้องละชุด เนตเร็ว เปรี๊ยะๆ
น่าจะ 5 จีได้ ทดลองเล่นแล้ว เร็วเวอร์


ห้องน้ำสะอาดดีครับ


และที่แปลกตา โดยเฉพาะ ผม เมื่อมาเจอ ชักโครก กดปุ่ม  ก้อเล่นซะรู้ทุกปุ่มแล้วครับ
ผมเพิ่งรู้ว่า แบรนด์ Panasonic เป็นของ เกาหลี  นึกว่าญี่ปุ่นซะอีก

หลังจากเพลิดเพลินกับการสำรวจสิ่งที่ไม่เคยเห็นซักพัก ก็ต้องรีบเข้าผ้าห่มนอน เพราะหนาวมาก
อุณหภูมิ 4 องศาน่ะครับ ชนิดไม่ต้องเปิดแอร์กันเลย ผมก็หลับอย่างแทบไม่ได้ฝันอะไร
อาจจะเหนื่อยกับการเดินทางด้วย กระทั้งตอนเช้าวันที่สองมาถึง


ภาพแรกที่เราเห็นทางหน้าต่างห้องพัก คือหลังคาที่จอดรถด้านหลังของโรงแรม


ผมออกจากห้องเดินสำรวจรอบๆโรงแรม ก็มาเห็นภาพนี้ ถือว่าเป็นภาพแปลกตาสำหรับคนไทย
ถ้าภาพแบบนี้ เกิดขึ้นที่ประเทศไทย คงเป็นข่าวดังมากๆ และเชื่อว่า ใครๆก็ต้องอยากมาดูให้ได้


ในเดือนที่ ผมเดินทางมาที่นี่ ไกด์ เล่าว่า เป็นช่วงที่ น้ำแข็งหรือหิมะ เริ่มละลายแล้ว แต่ก็ยังคงหนาว
ช่วงที่หนาวจริงๆของเกาหลี ประมาณ เดือน ธันวาคม และ มกราคม


ก็เลย ซักภาพเป็นที่ระทึก

สำหรับอาหารการกิน ในการมาทัวส์ในทริปนี้มีดังนี้ครับ


ไกด์พามาที่นี่ครับ ภัตตาคารเขาสูงใหญ่จัง


อันนี้ กระทะหม้อไฟ ประมาณนี้ครับ อร่อยดี รสชาด เหมือนอ่อมบ้านเรา



สาหร่าย มีทั้งแบบ แปรรูปเป็นแผ่น และ แบบยังเป็นต้น แต่ทั้งสอง ผัดมา รสชาดดี เค็มนิดๆ



มี เห็ดหูหนู และ ถั่วงอก ทอด มาให้ได้ชิมด้วย เป็นการทอดที่มีรสชาดดี คนเกาหลีกินกับข้าวสวยร้อนๆ
อร่อยมากครับสำหรับผมเพราะกำลังหิวจัดเลย


และที่ขาดไม่ได้  ที่คนไทยต้องมาชิมที่นี่ให้ได้คือ  "กิมจิ" จริงๆ ร้านอาหาร แบรนด์ชื่อ ญี่ปุ่นๆ เกาหลีๆ
ก็มีให้คนไทยได้ชิมที่เมืองไทยเยอะแยะนะครับ แต่นั้นก็ดูธรรมดาไปล่ะ
แต่ถ้าได้มากินที่นี่ มันเหมือนกิมจิที่นี่ ดูดี มีค่ามากกว่าที่เมืองไทย ทำไมไม่รู้
ทั้งที่รสชาดก็เหมือนกันเป๊ะๆ หรือไม่ ก็นำจากเกาหลีโดยตรงเลย

สำหรับทริปนี้ ประเทศเกาหลี น่ามาเที่ยว มาตามรอยอะไรก็ว่ากันไป...มาศึกษาวัฒนธรรม ประเพณีต่างๆ อาหาร ผู้คน ฯลฯ ถ้ามีโอกาสได้มา ก็มานะครับ ได้ประสบการณ์หลายๆอย่างที่นี่ ถึงแม้การเข้ามาท่องเที่ยวประเทศนี้ อาจไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิด หลายคนชอบบรรยากาศแบบนี้ หลายคนก็หลังจากเที่ยวเกาหลีแล้วก็ไปเที่ยวญี่ปุ่นบ้าง ด้วยเหตุผลที่ว่า น่าจะมีความสวยงามคล้ายคลึงกัน ก็ลองไปเที่ยวดูนะครับ









วันพฤหัสบดีที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2557

การทำภาพหกเหลี่ยมด้วยPhotoshop โดย ครูปรีดา

13 ขั้นตอน ทำภาพหกเหลี่ยม ง่ายๆด้วยโปรแกรม Photoshop
          หลายท่าน อยากออกแบบภาพสวยๆ เพื่อใช้ทำประโยชน์ต่างๆ เช่น ทำปกหนังสือ งานกราฟฟิก วันนี้ ผมมีวิธีง่ายๆในการออกแบบภาพดังกล่าวโดยใช้โปรแกรม Photoshop มาให้ทุกท่านได้ลองทำดูนะครับ
ขั้นตอนที่ 1


นำภาพที่ต้องการตกแต่งเข้ามาในโปรแกรม Photoshop
Photoshop ที่ผมใช้งานเป็น เวอร์ชั่นเก่ามาก (version7)

ขั้นตอนที่ 2

ขั้นตอนที่ 3


ขั้นตอนที่ 4


ขั้นตอนที่ 5


ขั้นตอนที่ 6-7



ขั้นตอนที่ 8-9


ขั้นตอนที่ 10


ขั้นตอนที่ 11-12



ขั้นตอนที่ 13


ขอให้สนุกกับการตัดภาพนะครับ